
หยุดไม่ให้เครื่องทำความร้อนแบบอินฟราเรดแตกได้
พูดตามตรงนะครับ โดยส่วนใหญ่แล้ว เครื่องทำความร้อนแบบอินฟราเรดมักจะเสียหายก่อนเวลาอันควร เนื่องจากสองสาเหตุหลัก นั่นก็คือ “น้ำ” และ “คราบสกปรก”
ปกติแล้ว จะเกิดขึ้นเมื่อมีหยดน้ำหรือไอน้ำตกลงมาบนท่อควอตซ์ที่มีอุณหภูมิสูงมาก การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างกะทันหันนี้จะก่อให้เกิดแรงกระแทกทางความร้อน และทำให้ท่อควอตซ์แตกได้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดมาก แต่ก็สามารถหลีกเลี่ยงได้
นั่นคือเหตุผลที่เราเพิ่มชั้นป้องกันน้ำและสารเคลือบกันหมอกเข้าไปด้วย
ปัญหาเกี่ยวกับความชื้น
น้ำไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดการลัดวงจรไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิด “จุดเย็น” บนตัวเครื่องทำความร้อนอีกด้วย เมื่อส่วนหนึ่งของท่อควอตซ์เย็นจัด ในขณะที่ส่วนอื่นยังร้อนอยู่ แรงดันทางโครงสร้างก็จะสูงเกินไปจนท่อควอตซ์ทนไม่ไหว
เราแก้ปัญหานี้โดยการใช้ฝาปิดที่ช่วยกันน้ำไม่ให้เข้าไปใกล้ขั้วไฟฟ้า การรักษาสายไฟให้แห้งจะช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการเกิดสนิมหรือขั้วไฟฟ้าที่เสียหาย มันก็เป็นวิธีที่ได้ผลดีครับ
การรับมือกับหมอก
หากคุณทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง คุณคงเคยเห็นว่ามีน้ำค้างเกิดขึ้น ปัญหาก็คือหมอกจะทำหน้าที่เหมือนผ้าห่มที่ขวางกั้นความร้อนแบบอินฟราเรดไม่ให้ไปถึงจุดที่ต้องการ
เราเพิ่มสารเคลือบพิเศษลงบนพื้นผิว เพื่อไม่ให้น้ำเกาะตัว น้ำจะหยดลงมาหรือระเหยไปทันที โดยไม่ทิ้งคราบสกปรกไว้ วิธีนี้จะช่วยให้ความร้อนกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งท่อควอตซ์
ข้อเสีย
แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ การเพิ่มชั้นป้องกันและสารเคลือบจะทำให้เครื่องมีน้ำหนักมากขึ้นเล็กน้อย
นอกจากนี้ คุณอาจสังเกตเห็นว่าต้องใช้เวลาสักครู่กว่าเครื่องจะถึงอุณหภูมิสูงสุด เมื่อเทียบกับโคมไฟที่ไม่มีชั้นป้องกัน แต่เชื่อเถอะว่าการรออีกสามวินาทีนั้นดีกว่าการต้องเจอกับท่อควอตซ์ที่แตกกลางชั่วโมงการทำงานอย่างมาก
เคล็ดลับในการติดตั้ง
เมื่อคุณติดตั้งเครื่องนี้ อย่าลืมตรวจสอบจุดปิดผนึกให้ดี ต้องแน่ใจว่ามันปิดสนิท หากจุดปิดผนึกไม่สนิท คุณสมบัติกันน้ำก็จะไม่มีประโยชน์เลย
นอกจากนี้ หากคุณอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมีมาก ควรเช็ดชั้นป้องกันภายนอกเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อให้สารเคลือบกันหมอกยังคงมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ความร้อนออกมาได้อย่างเต็มที่